3 ปี… Pre-Degree ให้อะไรผมบ้าง

ตอนนี้ผมก็จบม.6เป็นที่เรียบร้อย ก็คงถึงเวลามุ่งมั่นให้กับวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่เรียนมาตั้งแต่ ม.4 อย่างเต็มตัวแล้วสิ เอิ่ม ก็สามปีแล้วสินะที่เรียนแบบมาราธอนไม่มีพัก รร.ปิดเทอมก็เรียนราม พอรามเสร็จก็มาเรียนต่อ ก็ถือว่าการเรียน Pre-Degree ให้อะไรกับชีวิตผมหลายอย่างเลย วันนี้จะมา Review กันว่า Pre-Degree ให้อะไรผมบ้าง เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆที่จะขึ้นม.4ในปีการศึกษานี้ไม่มากก็น้อยนะครับ

Pre-Degree คือ?

อันนี้ขอบอกก่อนเผื่อใครยังไม่เขข้าใจการเรียน Pre-Degree นะครับ คือ Pre-Degree เนี่ย เป็นโครงการของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่เปิดโอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (หรือแม้แต่สายอาชีพ ปวช. ปวส. ก็ตามนะครับ) ให้นักเรียนมาศึกษาในระดับอุดมศึกษาล่วงหน้าตั้งแต่ม.ปลาย แล้วเมื่อเพื่อนๆจบม.6หรือสายอาชีพแล้วเนี่ย เพื่อนๆ ก็จะสามารถนำหน่วยกิตทั้งหมดที่เรียนมาเนี่ย ไปเทียบโอนตอนเรียนปริญญาตรีได้ ถือว่าเป็นการให้โอกาสนักเรียนที่มีศักยภาพเนี่ย ได้เรียนก่อน จบก่อน ทำงานก่อนนั่นเองครับ

โดยบางคนอาจจะถามผมว่า อ่าว เรียนม.ปลายอยู่ แล้วเรียนมหาลัยได้ไง คืออย่างนี้นะครับ การเรียนในมหาวิทยาลัยรามคำแหงเนี่ย เขาไม่บังคับเวลาเรียนครับ เพื่อนๆสามารถเรียนอยู่กับบ้านได้ ผ่านตำรา e-learning หรือสื่ออื่นๆได้ แล้วก็มาสอบนั่นเองครับ

สิ่งที่ผมได้จากการเรียน Pre-Degree

มาพูดถึงสิ่งที่ผมได้จากการเรียนพรีดีกรีมาตลอดสามปีนะครับ บอกเลยว่ามันให้อะไรกับชีวิตผมหลายอย่างมาก ในประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้ครับ

ความรู้

แน่นอนครับ การเรียน Pre-Degree นั้น เนื้อหาหลักสูตรก็จะเหมือนกับการเรียนระดับอุดมศึกษาเป๊ะครับ นั่นเหมือนเป็นการอัพเกรดสมองเราด้วย และเนื้อหาบางอย่างเช่นวิชาพื้นฐานของรามมันก็เอือกับการเรียนในระดับมัธยมปลายด้วย

เช่นวิชา ENG ทั้งหลายเนี่ย มันช่วยในการเรียนภาษาอังกฤษได้ดีเลยทีเดียว ด้วยเนื้อหาที่ครอบคลุมถึงประเภทคำในภาษาอังกฤษ รวมถึงโครงสร้างประโยคทั้ง 12 Tense ถือว่าเป็นการทบทวนที่เรียนในโรงเรียนไปในตัว (เนื้อหาอาจAdvanceกว่าในรร.นิดนึงแต่ก็ดีแล้วล่ะ) หรือจะเป็น LAW POL ทั้งหลาย ก็มีประโยชน์ในการเรียนวิชาสังคมศึกษามากเลย คือจำได้เลยว่าผมจำกฏหมายสำคัญๆในวิชาหน้าที่พลเมืองได้เพราะเรียนวิชาตระกูล LAW POL ของรามเลยก็ว่าได้

ความรับผิดชอบ

อันนี้เราได้แน่นอนครับ เนื่องจากเราเรียน 2 ที่ ดังนั้นหมายถึงเราจะมีภาระในการเรียนถึง2เด้งเลยทีเดียว เราก็ต้องรู้จักแบ่งเวลาครับ ทบทวนบทเรียนที่รร.เสร็จก็มาทบทวนของราม ส่วนตัวผมผมก็จะอ่านบทเรียนของรามหลังจากเคลียร์งานที่รร.เสร็จ และจะมาเน้นตอนปิดเทอม ถือว่าแบ่งได้เกือบจะลงตัวทีเดียว (ถึงแม้ปิดเทอมจริงๆจะหนักไปทางเล่่นเกมนะ555) ก็ถือว่าฝึกความรับผิดชอบได้ดีเลยทีเดียว

อนาคต

มาซะดรามาเลย 555+ คือ ถ้าเราเรียนสะสมน่วยกิตได้สัก 1ใน3ของหลักสูตรแล้วเนี่ย เราจะรู้สึกเหมือนเรามีที่เรียนแน่ๆแล้วเลยล่ะ ก็รามคำแหงไง เราจะสามารถย่นเวลาในการเรียนปริญญาตรีไปได้อย่างน้อยก็ปีนึงเลยแหละ (ถ้าเรียนแล้วสอบผ่านสัก 1ใน3 อ่ะนะ) เราก็จะไม่เครียดมากเรื่องแอดมิชชั่น เพราะยังไงเราก็สามารถมาเรียนรามต่อให้จบอยู่แล้วจริงมะ และการเรียนจบเร็วนั้นย่อมทำให้เราได้เปรียบในการทำงาน เรียนจบก่อน ได้งานทำก่อนเพื่อนในรุ่นเราก็คงดีไม่น้อยใช่ม้า ใช่สิ… จำได้เลยว่าวันปัจฉิมครูที่สนิทบอกผมเลยว่า ผมเนี่ย คงจะได้จบปริญญาตรีก่อนใครในรุ่นแน่นอน 55+

และการเรียนรามนั้น ค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้สูงอย่างที่คิดเลย คือ ลงทะเบียนทีนึงอย่างมากก็พันต้นๆ ถือว่าช่วยประหยัเงินพ่อแม่ด้วยนะ #เด็กดีไหมล่ะ แต่คุณภาพก็ไม่ด้อยกว่าที่อื่นเลยครับ

 

สรุปแล้ว การเรียน Pre-Degree นั้นก็ให้อะไรกับชีวิตผมหลายอย่างเลยทีเดียว ยังไงก็ขอเชิญชวนเพื่อนๆ ที่จะขึ้น ม.4 ปีนี้ มาเรียนระบบ Pre-Degree กันเยอะๆ นะครับ และขอให้น้องๆ โชคดีกับการเรียนการศึกษาต่อนะครับ 🙂

ร่วมแสดงความคิดเห็น