ออทิสซึมคนนี้…มีวุฒิม.6แล้วนะ : #จบม.6แล้ว

วันนี้ (30 มีนาคม 2559) ถือเป็นวันที่ผม เด็กพิเศษคนหนึ่ง ประสบความสำเร็จในชีวิตไปอีกขั้นหนึ่ง เมื่อผมไปรับใบปพ.จากโรงเรียนเพื่อรับรองว่าผมจบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว ถึงจะเป็นแค่ก้าวเล็กๆ ของความสำเร็จ แต่สำหรับผมผมดีใจมาก เพราะกว่าจะผ่านมาได้ มีอุปสรรคมากมายที่ผมต้องฝ่าฟัน แต่ก็ดีที่ยังมีแม่ที่คอยสู้ไปกับผม เอาเป็นว่าวันนี้จะลองเล่าเรื่องราวชีวิตการเรียนของผมละกันครับ

วัยประถม…

เริ่มต้นชีวิตนักเรียนก็เรียนป.1ที่รร.นีรชาศึกษาครับ ตอนนั้นเป็นเด็กพิเศษที่ซนโคตรๆ  ระดับ epic เลยทีเดียว คือตอนนั้นสมาธิสั้นหนักมาก อยู่ไม่สุข แบบไม่เคยนั่งติดโต็ะเรียนเลย ชอบลุกเดินไปนั่นไปนี่ตลอด มีโดดเรียนด้วย 555+ (มึงโดดแต่ป.1เลยเหรอ) ย้อนไปวันนั้น แทบมองไม่เห็นทางเลยครัช ว่าจะเรียนหนังสือได้ แต่ความจริงก็เรียนโอเคนะ อ่านหนังสือได้ตั้นแต่อนุบาล1ด้วย555+ ตอนนั้นรู้สึกรักการอ่านมาก ขนาดมีหนังสือการ์ตูนความรู้เต็มบ้าน ทุกวันนี้ลองเอามานับดูบวกราคาปกไป บร๊ะเจ้า! เป็นหมื่น! ตอนนั้นคือ ซื้อไปได้ไง สมัยนี้อ่าน Online Station Magazine สัปดาห์ละ30บาทเอง555+

จุดเปลี่ยน…

แต่แล้ว ก็ถึงจุดเปลี่ยน เมื่อแม่ผมตัดสินใจย้ายบ้านไปอยู่ที่สุราษฏร์ธานีครับ

ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนเทพมิตรศึกษา โรงเรียนคาทอลิกชื่อดังแห่งหนึ่ง เห็นเขาบอกว่าเข้ายากมาก ต้องสอบวัดความรู้(รึเปล่า) แต่ไม่รู้ทำไมนะ ผมเข้าไป บาทหลวงนที ครูใหญ่เขาเห็นอะไรในตัวผมก็ไม่รู้ รับผมเข้าเรียนแบบไม่ต้องจ่ายใต้โต๊ะสักบาท! แต่พอผมเข้ามาที่นี่ผมเปลี่ยนไป เริ่มนิ่งขึ้น(รึเปล่า) คือ ไม่โดดเรียนแล้ว ถึงแม้จะไม่ค่อยตั้งใจเรียนมากก็เถอะ ชอบเขียนเกมใส่สมุด เป็นเกม RPG ไว้เล่นกับเพื่อน (ตอนนี้ทิ้งไปหมดละ เสียดาย) โดนครูดุประจำ แบบครูสอนอยู่ เราก็วาดเกมไป โดนตีบ่อยเพราะไม่ค่อยทำการบ้าน (ออกแนวขี้เกียจมาก) แต่ทำไมหว่า ตอนป.2ได้เกรด 4.00 นั่นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในชีวิตเลยทีเดียว เพราะหลังจากนั้นก็ตกลงมา แต่ไม่เคยต่ำกว่าสามนะ

พอมาป.3 ได้ขึ้นห้องคิง ด้วยผลการเรียนที่ดีพอสมควร ถึงจุดๆนี้ เทียบกับตอนป.1..คนละเรื่องเลย แต่ก็มีเพื่อนแกล้งประจำ และผมก็ว้ากใส่ตลอด โดนเรียกไปอบรมบ่อย ตอนนั้นครูเริ่มเห็นแววด้านภาษาอังกฤษ จับไปแข่งพูดภาษาอังกฤษ กวาดรางวัลมาเพียบเลย บอกเลยตอนนั้นภูมิใจสุดๆ แถมดีีดี พอไปแข่งก็ต้องลารร. โดดเรียนแบบถูกต้องตามกฏหมาย ฮ่าๆ (หัวเราะด้วยความชั่วร้าย)

พีคขึ้นอีกขั้นตอนป.4 สอบติดห้อง Gifted! แต่นั่นก็ทำให้มีปัญหากับรถรับส่งนร.มาก คือ ลืมเล่าไป ว่าที่สุราษฏร์ บ้านกับรร.นี่ห่างกันเป็น20-30กิโลเมตร ผมก็ต้องขึ้นรถรับส่งไป คือเหมือนอยู่คลองไทรแล้วเรียนอยู่ในตัวเมืองอ่ะ นั่นแหละ แล้วทีนี้ห้องGiftedนี่แน่นอนเรียนหนักกว่าชาวบ้าน เพิ่มมา1คาบ แต่เหมือนลุงคนขับรถจะไม่เข้าใจ เวลาเลิกเย็นก็พบว่า ทั้งคันแม่งรอผมคนเดียว ผมเลยแก้ปัญหาด้วยการพบกันครึ่งทาง ห้องปกติเลิก 15:30 ห้องผมเลิก 16:30 ผมก็เลย ขอกลับก่อนตอน 16:00 เรียกได้ว่าคาบสุดท้ายไม่เคยได้เรียนจนจบเลย แถมบางวันแม่ง คนขับรถขึ้นมาหาถึงห้อง โหดสัสไปไหน

เห็นมันไปได้สวยใช่มะ แต่! ณ ตอนนั้น ผมก็คงจะเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้นด้วยมั้ง (ประมาณ10ขวบ) เริ่มมีอารมณ์ทางเพศรุนแรง ก็เลยหนักมากตอนนั้น และก็อารมณ์ร้อนนนนนน ขัดใจไม่ได้เลยฮะ เอาเป็นว่า มันติดตัวผมมาถึงทุกวันนี้เลย อาการของผมคืออยากเป็นเพื่อนกับผญ แล้วทีนี้ผมก้ไม่รู้จะเข้าหายังไง เลยเล่นสายหื่นเลย (เด็กพิเศษน่าจะเข้าใจดีนะเวลาอยากเข้ากับเพื่อน) อ้อ ลืมบอกอีกแล้ว ว่าตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ผม “เรียนร่วม” ตลอดครับ เลยมักมีปัญหากับเพื่อนบ้าง ทั้งเพื่อนแกล้ง และแกล้งเพื่อน ตอนนั้นลายมือไม่สวยขั้นวิกฤติ ถึงขั้นครูภาษาไทยจับผมฝึกคัดลายมือ (ง่ะ?) มันก็ทำให้ผมมีสมาธิดีขึ้น(หรา? ไม่ได้ช่วยเลยนะ) จนแม่ผมแต่งงานใหม่ แล้วย้ายขึ้นมานนท์ ก็เลยต้องย้ายมานนทบุรี

ชีวิตใหม่ @นนทบุรี

พอย้ายมานนทบุรีก็ย้ายมาเรียนโรงเรียนวัฒนพฤกษา มาตอนนั้นด้วยผลการเรียนที่เริ่ดมาก เข้ามากลางปีด้วย (ป.5เทอม2) ก็โดนเพื่อนแกล้งตามเคย ผมก็ตอบโต้ตามเคยเช่นกัน แต่ผมก็ยังมีไฟด้านภาษาอังกฤษ ครูที่รร.ก็ทาบทามให้ไปแข่งเช่นเคย แต่ตอนนี้เปลี่ยนสายครับ จาก Speaking เป็น  Quiz แทน ได้ที่3บ้างที่1บ้าง2บ้างสลับกันไป ตอนนั้นแฮปปี้ดีแทคมากเลยครับ จนจบป.6มาด้วยเกรดไม่น่าเกลียด 3.84 ส่วนครูประจำชั้นป.6ก็เสียชีวิตตั้งแต่ผมขึ้นม.1เลยครับ RIP ป่านนี้คุณครูคงไปสู่สุขติแล้วนะครับ

สถาบันเรานี้คือสวนกุหลาบ นนทบุรี…

พอจบ ป.6 แล้วก็ต้องสอบเข้าม.1สิครับ ตอนแรกกะจะไปเรียนรร.ปากเกร็ด แต่ด้วยโชคชะตา ด้วยความที่สวนกุหลาบนนท์มันสมัครออนไลน์ได้ (สะดวกกว่าว่างั้น) เลยสมัครสอบสวนกุหลาบนนท์แทน ปรากฏว่า สอบได้ห้องคิง (ม.1/4) ครูที่ปรึกษาคือครูศักดิ์ แวววิริยะ มีชื่อเสียงมากครับ ตอนนั้นชีวิตถือว่ามรสุมรุมหนักมากๆ เมื่อผมเข้าวัยรุ่นเต็มตัว อารมณ์ทางเพศมาเต็มที่เลข38 ตอนนั้นชอบเพื่อนผู้หญิงชื่อโม เธอน่ารักมาก แต่เธอคงเป็นนางฟ้าเกินไป ผมเอื้อมไม่ถึงจริงๆ และยังเคยไปติดพันกับสาวห้องGiftedที่ดูจะเหมือนไฮโซเล็กน้อย พ่อแม่เขาเอาเรื่องสิครับ สรุปไปมา ผมเลยโดนกักบริเวณอยู่แค่ห้องปกครองจนหมดเทอม1เลย! (ใครคิดวะไม่ได้เข้าเรียนด้วยนั่งทำชีทในห้องปกครอง) โดนโทษขนาดนี้เลยครัชกักบริเวณเลยทีเดียว เท่านั้นยังไม่พอ เทอม2ด้วยความเลือดร้อนเลยทะเลาะกับครูเล็กน้อยถึงขั้นตบกัน(เล็กน้อยตรงไหน) และนั่นแหละครับ จุดเริ่มต้นของการ “เรียนที่บ้านโดยที่ใช้หลักสูตรของรร.และรร.รับรองผลการเรียน” เป็น Case ที่น่าสนใจจนหมอที่รักษาผมเอามาทำเป็น Case-Study วัดอนาคตนศ.แพทย์กันเลยทีเดียว(ฮา) เพราะมันอรรศจรรย์มาก ผมเรียนได้! และทำได้ดีด้วยสิ

แต่พอขึ้นม.2ก็เริ่มปรับตัวกับเพื่อนได้ เลยได้เรียนที่รร.ตลอดปี ตอนนั้นก็มีปัญหาเหมือนกันนะ แบบรวมหัวแอนตี้ผมเลย เล่นซะผมเรียนแบบโคตรเครียดเลย แต่ดีที่ครูที่ปรึกษาดูแลดี เลยผ่านมันไปได้

สนทนากับสมเด็จพระเทพฯ

อันนี้ขอเป็น Chapter พิเศษนิดนึงนะครับ คือ อันนี้ก็ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของผมอีกเรี่องหนึ่งเลยทีเดียว (ตอนเขียนเรื่องนี้ก็ขนลุกเลยทีเดียว) เมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2555 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาที่โรงเรียนมาเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งทอดพระเนตรความก้าวหน้าของโรงเรียนฯ ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ของนักเรียน และผมก็ได้รับหน้าที่ถวายรายงานท่านเรื่องนักเรียนพิเศษเรียนร่วมด้วย

จุดเริ่มต้นของการ “เรียนที่บ้าน”

แต่แล้วเมื่อปลายม.3เทอม1 ผมก็ได้มีปัญหากับลูกสาวข้าราชการใหญ่โตคนหนึ่ง คือผมแค่ส่งคำขอขึ้นสถานะ “แต่งงาน” ใน Facebook ใช่ครับ เรื่องแค่นี้แหละครับ ทำผมหลุดออกจากสวนกุหลาบนนท์ โดยตอนนั้นแม่ผมก็ไม่ยอมแพ้ครับ ช่วยต่อสู้กับผมจนจบม.3ให้ได้ โดยใช้ระบบไม่เข้าเรียน รับงานทำ และก็ไปโรงเรียนเพื่อส่งงานและสอบ ผมจบม.3เทอมที่ทำแบบนี้ผมได้ 3.30 ครับ

เรียนวิทย์คณิตไม่ได้หรอก… (หรา?)

ก็มีปากเสียงกับครูปกครองที่สวนกุหลาบนนท์เล็กน้อย คือครูบอกว่า อย่างสรวิชญ์เนี่ย เรียนม.ปลายสายวิทย์-คณิตไม่ได้แน่นอน ผมกับแม่ก็ขึ้นสิครับ มาดูถูกเด็กพิเศษแบบนี้ เอาง่ายๆ คือ ครูเขารู้ว่าผมอยากเรียนสายวิทย์คณิตแค่ไหน เขาเลยพยายามกีดกันเหมือนจะกำจัดผมออกไป ผมและแม่ก็เลยไม่แคร์ ป่ะ ย้ายโรงเรียนกัน (เป็นพ่อเมย์ไหนเลยเนอะ) และวันนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วครับว่า ผมทำได้!

โพ..ธินิมิตวิทยาคม…เงา..ร่มเย็นเสียดฟ้า

ด้วยความที่โดนกลั่นแกล้งเรื่องการต่อม.4ที่สวนนนท์ ผมและแม่จึงตัดสินใจย้ายมาเรียนที่โพธินิมิตวิทยาคม โรงเรียนแห่งการให้โอกาส ไม่ว่าคุณจะเคยพลาดมายังไง ที่นี่พร้อมให้ชีวิตใหม่เสมอ ผมสอบเข้าตามปกติเลย ไม่ใช้เส้นสายอะไรทั้งนั้น คะแนนสอบเข้าก็ อันดับ1 ครับ ไร้ซึ่งข้อกังขาในการเข้าเรียนสายวิทย์คณิตเลย มาเรียนที่นี่ตอนแรกผมแอ๊บเรียบร้อย ได้สองสามเดือน ลายออกเหมือนเดิม 555+ ตอนแรกก็ทะเลาะกับเพื่อนๆ เพื่อนๆไม่เข้าใจสิ่งทที่เราเป็นมั่ง แต่ด้วยเวลาที่เราอยู่ด้วยกันก็ทำให้เราผูกพันธ์กัน ผมมาที่นี่ผมเป็นต้นฉบับงาน ผมแอบภูมิใจเล็กๆ(ฮา)

ศิลปหัตถกรรม..บทพิสูจน์ศักยภาพ

พอม.4 ครูตุ่ม ครุที่ดูแลด้านเรียนร่วมก็ส่งผมไปแข่ง ศาสตร์คณิตในชีวิตประจำวัน และก็ได้ อันดับ1ของประเทศ บอกเลยว่าผมภูมิใจสุดๆเลยครับ และก็ครูคอมพิวเตอร์ก็ส่งผมไปแข่งทำเว็บ ผมก็ไปได้ถึงระดับภาคครับ เรียกได้ว่าเป็นไฟในการเรียนวิทย์คอมรามเลยทีเดียว

เปลวเทียนให้แสง…รามคำแหงให้ทาง

ผมเรียน Pre-Degree มาตั้งแต่ม.4 มันให้อะไรผมหลายอย่างนะ เรียนไม่พักมาสามปีมั้ง(ฮา) มันทำให้ผมมีประสบการณ์ในการเรียนมหาลัยเร็วกว่าเพื่อน ผมคิดว่าถ้าผมจบเร็จขึ้น ผมก็จะได้ทำงานพิสูจน์ตัวเองเร็วขึ้น หรืออาจจะต่อโท ต่อเอก เป็นด็อกเตอร์อทิสวึมคนนึง พ่อแม่คงจะภูมิใจน่าดู และผมทำให้แม่ผมอึ้ง เมื่อผมสามารถสอบวิชาตระกูล EN มั้ง 4 วิชา แบบครั้งเดียวผ่าน (ถือว่ายากพอสมควรนะครับข้อสอบอ่ะ) นั่นทำให้ผมมีความหวังว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิตไปได้อีก

จบม.6ด้วยการเรียนที่บ้าน

ไม่ใช่ กศน. นะครับ คือ เป็นการเรียนที่แปลกในสังคมไทยนิดนึง คือ ผมจะเข้าไปรร.สัปดาห์ละ 1-2ครั้ง รับงานจากอ.ต่างๆ ไปทำที่บ้าน แล้วก็เข้ามาส่ง เข้ามาสอบ ซึ่งเหมือนหัวผมดีด้วยมั้ง เลยสามารถทำแบบนี้ได้ คือแบบ เข้าเรียนทุกคาบตามปกติเพื่อนๆยังเรียนกันไม่รู้เรื่องเลย แต่ผมสามารถทำข้อสอบได้ คะแนนดีด้วยนะ ซึ่งผอ.ที่โรงเรียนเคยนำวิธีนี้ไปใช้กับพวกชอบโดดเรียน หรือนักกีฬา คือโรงเรียนนนี้เนี่ย มีสัญญากับเมืองทองยูไนเต็ด รับนักกีฬาในสโมสรเข้าเรียนมัธยม นำวิธีแบบผมไปใช้ แต่เขาดันไม่มาตามงาน ไม่มาสอบ ก็เลยตกค้างกันไปบาน แต่ผมามารถทำได้ จนมาถึงวันนี้…วันที่ผมจบม.6


และความสำเร็จของผมครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีแม่ แม่ที่ต่อสู้ทุกอย่างมากับผม และคุณครูทุกๆท่านที่เข้าใจผม ยังไงก็ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

ยังไงก็หวังว่าเรื่องราวของผมจะเป็นกำลังใจเป็นแรงบันดาลใจให้กับบุคคลพิเศษไม่ว่าจะเป็นออทิสซึมหรือประเภทอื่นๆนะครับ อย่าท้อละกัน สักวันเพื่อนๆต้องเป็นเหมือนผม เชื่อสิ ผมทำได้ คุณก็ทำได้! และหากอยากรู้เรื่องราวอะไรของผมเพิ่มเติม อยากรู้ประเด็นไหน Comment บอกได้้ด้านล่างนี้เลยครับ v v v

ร่วมแสดงความคิดเห็น